วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 13

บันทึกอนุทินครั้งที่ 13
วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
เวลาเรียน 08.30 - 12.30 น. ห้อง 233

วันนี้มีการนำเสนองานวิจัยทั้งหมด 7 คน
1.นางสาวกมลพรรณ  แสนจันทร์  
2.นางสาวกมลกาญจน์  มินสาคร
3.นางสาวนฤมล  บุญคงชู
4.นางสาวปนัดดา  อ่อนนวล
5.นายธนารัตน์  วุฒิชาติ
6.นางสาวชนัฐถ์นันท์  แสวงชัย
7.นางสาวไลลา  คนรู้

การนำไปประยุกต์ใช้
          สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการฟัง หรือนำเสนอวิจัยไปปรับใช้ในการสอนเด็กปฐมวัยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  และเพื่อเกิดการพัฒนาที่หลากหลาย และสามารถนำไปใช้ในการสอนเรื่องราวต่าง ๆ รอบตัวเด็ก เพื่อให้เด็กได้เข้าใจถึงสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเด็กอีกด้วย

คำศัพท์
Research = วิจัย
Presentation = การนำเสนอ
Environment = สิ่งแวดล้อม
Creative Arts = ศิลป์สร้างสรรค์
Nature = ธรรมชาติ
Reason = เหตุผล

การประเมินการเรียนการสอน(Evaluation of teaching)
ตนเอง           ตั้งใจฟังที่เพื่อนนำเสนอ มีการออกความคิดร่วมกับเพื่อน ๆ และอาจารย์
เพื่อน             ให้ความร่วมมือ  ไม่คุยกันเสียงดัง เพื่อนมีการเตรียมการนำเสนอมาอย่างดี
อาจารย์        เข้าสอนตรงเวลา  มีการให้คำแนะนำใในประเด็นต่าง ๆ 

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 12

บันทึกอนุทินครั้งที่ 12

วันที่ 6 พฤศจิกา พ.ศ. 2557

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
เวลาเรียน 08.30 - 12.30 น. ห้อง 233


ความรู้ที่ได้รับ(The knowledge gained)
         วันนี้อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอแผนการสอนโดยให้ตัวแทนออกมานำเสนอกลุ่มละ 1 วัน

โดยกลุ่มของดิฉันเป็นเรื่อง "ผลไม้"
         ซึ่งสอนเกี่ยวกับการประกอบอาหารโดยใช้ผลไม้เป็นหลัก   และเข้าสู่บนเรียนด้วยเพลง  "ตรงไหมจ้ะ"  และแนะนำอุปกรณ์ในการทำต่าง ๆ และให้สังเกตการละลายของเนย อาจารย์แนะนำว่าก่อนทำอาหารควรให้เด็ก ๆ ตั้งสมมุติฐานก่อน และให้ถามเด็ก ๆ ถึงอุปกรณ์การทำ





 กลุ่มที่ 1 เรื่องกล้วย
           โดยกลุ่มแรกจะสอนเรื่องชนิดของกล้วย  เริ่มต้นการสอนด้วยการร้องเพลงกล้วย พร้อมมีภาพประกอบ อาจารย์แนะนำว่า ให้ใช้ภาพที่มีความน่าสนใจกว่านี้ด้วยการใช้ภาพที่ เปิด - ปิด ได้

กลุ่มที่ 2 เรื่องไก่
         กลุ่มที่สองจะสอนเรื่องความเหมือนและแตกต่างของไก่แจ้ และ ไก่ต๊อก โดยเขียนเป็นแผนภูมิวงกลม  และมีภาพไก่ประกอบพร้อมกับเขียนโยงส่วนต่าง ๆ ของไก่ อาจารย์แนะนำว่า ให้ทำเป็นตาราง

กลุ่มที่ 3 เรื่องกบ
         เริ่มต้นด้วยการเปิดวีดีโอ เรื่อง วงจรชีวิตกบ  และมีภาพมาอธิบายเด็กอีกที อาจารย์แนะนำว่า หลังจากดูวีดีโอจบ  ครูต้องเขียนวงจรชีวิตให้เด็กดูได้   หรืออาจจะใช้คำถามกับเด็ก

กลุ่มที่ 4 เรื่องปลา
        มีการนำเสนอเกี่ยวกับประโยชน์และข้อพึ่งระวังของปลา  และเล่านิทานเรื่องสัตว์น้ำกับชาวประมง  หลังจากเล่านิทานจบจะมีตารางประโยชน์และข้อพึ่งระวังของปลา โดยให้เด็ก ๆ ตอบและนำใส่ห้ถูกช่อง อาจารย์แนะนำว่า ในการเล่านิทานควรมีภาพประกอบด้วย

กลุ่มที่ 5 เรื่องข้าว
        กลุ่มนี้สอนเรื่องการประกอบอาหารโดยมีข้าวเป็นหลัก  มีการสาธิตการทำข้าวคลุกไข่  อาจารย์แนะนำว่า ควรให้มีการขออาสาสมัคร และให้คนอื่นสังเกตการเปลี่ยนแปลง และตอบคำถาม ไม่จำเป็นต้องนำด้วยเพลง




กลุ่มที่ 6 เรื่องต้นไม้
          เริ่มต้นการสอนด้วยคำคล้องจอง พร้อมมีภาพประกอบ และให้เด็ก ๆ ออกมานับต้นไม้พุ่ม และต้นไม้ยืน พร้อมวาดภาพตามจำนวนที่เด็กนับได้ อาจารย์แนะนำว่า ให้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม และห้ออกมานับต้นไม้ทั้งสองชนิดทีละต้น กลุ่มไหนหมดก่อนแสดงว่ามีน้อยกว่า กลุ่มไหนหมดทีหลังก็มีเยอะกว่า เพื่อห้เด็ก ๆ ได้เห็นภาพมากขึ้น 

กลุ่มที่ 7 เรื่องนม
          กลุ่มนี้นำเสนอเกี่ยวกับคุณสมบัติของนม  เริ่มต้นด้วยการร้องเพลง "ดื่มนมกันเถอะ"  และสอนด้วยการทดลองนำสีใส่ในนมจะเห็นได้ว่าสีจะอยู่รวมกับนม แต่เมื่อใส่น้ำยาล้างจานลงไปสีจะแยกส่วนกับนม อาจารย์แนะนำว่า น่าจะมีการทดลองเพิ่มเติ่มที่เกี่ยวกับนม


กลุ่มที่ 8 เรื่องน้ำ
          นำเสนอเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำ  เริ่มต้นด้วยการร้องเพลง"อย่าทิ้ง"  และเริ่มสอนด้วยการเล่านิทานเรื่อง"หนูนิด" ซึ่งเนื้อหาของนิทานจะเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำ เมื่อนิทานจบจะมีการตั้งคำถาม และให้ช่วยกันออกแบบป้ายเพื่ออนุรักษ์น้ำ อาจารย์แนะนำว่า ให้มีรูปภาพประกอบ และช่วยแต่งเพลง อย่าทิ้งด้วย

กลุ่มที่ 9 เรื่องมะพร้าว
          เริ่มด้วยเพลงและการเล่านิทาน และมีการสอนการปลุกมะพร้าวโดยมีภาพประกอบพร้อมคำอธิบาย อาจารย์แนะนำว่า ควรสอนเด็กนเรื่องที่ใกล้ตัวกว่านี้

การนำไปประยุกต์ใช้(Appications)
           เป็นแนวทางนการหาเรื่องราวต่าง ๆ มาสอนเด็ก ๆ ในแต่ละวัน ได้ฝึกการสอนได้เรียนรู้เทคนิคการทำแผนการสอนจากอาจารย์  และสามารถนำไปสอนเด็ก ๆ ได้ด้วย

คำศัพท์(Vocabulary)
Fruit = ผลไม้
Bananas = กล้วย
Chicken = ไก่
Frog = กบ
Fish = ปลา
Tree = ต้นไม้
Milk = นม 
Water = น้ำ
Coconut = มะพร้าว

การประเมินการเรียนการสอน(Evaluation of teaching)
ตนเอง        มีการเตรียมตัวนการนำเสนอ  ตื่นเต้นบ้างเล็กน้อย ตั้งจฟังคำแนะนำของอาจารย์
เพื่อน          ทุกคนเตรียมในการนำเสนอ  เตรียมเนื้อหาที่จะใช้ในการนำเสนอแผน
อาจารย์      มีการให้คำแนะนำ  มีการเตรียมเนื้อหาการสอนที่ดี

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11
วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
เวลาเรียน 08.30 - 12.30 น. ห้อง 233


ความรู้ที่ได้รับ(The knowledge gained)           

          เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นวัยที่มีการพัฒนาทางสติปัญญา สูงที่สุดของชีวิต ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสามารถคิดหา เหตุผล แสวงหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาได้ ตามวัยของเด็ก ควรจัดกิจกรรมให้เด็ก ได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นกระบวนการขั้นพื้นฐานหรือทักษะเบื้องต้นที่ควรส่งเสริมให้เด็กปฐมวัย ได้รับการพัฒนา มี 7 ทักษะกระบวนการ คือ
  1. ทักษะการสังเกต 
  2. ทักษะการจำแนกประเภท
  3. ทักษะการวัด
  4. ทักษะการสื่อความหมาย ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
  5. ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส , สเปสกับเวลา
  6. ทักษะการคำนวณ
หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่การทดลอง

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลองทั้งหมด

การทดลอง
       แถวที่ 1-2 ทำการปั้นดินน้ำมันเป็นลูกกลม ๆ แล้วนำดินน้ำมันที่ปั้นใส่ลงในโหลที่ใส่น้ำ พบว่า ดินน้ำมันจมลงไปในโหล เพราะว่าดินน้ำมันมีความหนักจึงไม่สามารถลอยน้ำได้

การทดลอง
       แถวที่ 3-4 ห้หาวิธีปั้นดินน้ำมันไม่ให้จมน้ำ โดยไม่กำหนดรูปร่าง หรือ รูปทรง โดยเราควรปั้นดินน้ำมันห้มีลักษณะคล้าย ๆ อ่างน้ำ โดยไม่ให้มีความหนาและบางเกินไป  ผลสรุปไม่จมน้ำ  แต่ยังมีบางคนที่ปั้นแล้วจม เพราะความหนาอาจจะมากเกินกว่าที่น้ำจะรับน้ำหนักได้


การทดลอง
       แบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วน โดยห้ทุกส่วนมีขนาดเท่ากัน แล้วตัดเป็นรูปดอกไม้  ตกแต่งให้สวยงามละพับกลีบดอกไม้ให้อยู่นรูปแบบตูม ๆ แล้วนำไปใส่โหลน้ำเพื่อทำการทดลอง  เมื่อนำไปส่ในน้ำกลีบดอกไม้ก็จะค่อย ๆ บานออกซึ่งความเร็วหรือช้าในการบานนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของกระดาษ ถ้ามีความหนามากก็จะบานช้า แต่ถ้าบางเกินไปก็ขาด เพราะน้ำจะซึมเข้าไปในกระดาษ



การทดลอง
       ทำการเจาะรูที่ขวดน้ำ 3 รูโดยเจาะตามแนวตั้งของขวดเรียงลงมา และปิดเทปุทุูกรู จากนั้นใส่น้ำเกือบเต็มขวด
  1. ทดลองเปิดเทปด้านบนสุด พบว่า"น้ำไหลออกมาแบบค่อยๆไหล"
  2. ทดลองเปิดเทปตรงกลาง พบว่า"น้ำไหลออกมาแรงกว่ารูที่ 1"
  3. ทดลองเปิดเทปด้านล่างสุด พบว่า"น้ำไหลออกมาแรงกว่ารูที่ 1 และ 2"
สรุป
      น้ำมีโมเลกุลเป็นจำนวนมาก และมีน้ำหนัก   เมื่อมีน้ำมากขึ้น น้ำหนักของโมเลกุลก็จะกดลงด้านล่างมาก  ทำให้ความดันน้ำเพิ่มขึ้น   เมื่อมีความลึกเพิ่มขึ้นจึงทำให้รูด้านล่างมีน้ำไหลแรงกว่ารูที่ 1 และ 2


การทดลอง
      เจาะรูที่ขวดน้ำ ต่อสายยาง และให้ปลายสายมีภาชนะรองรับน้ำ ผลการทดลองพบว่า ถ้าภาชนะที่รับน้ำอยู่ต่ำกว่า ขวดน้ำ น้ำจะไหลออกตามสายยางปกติ แต่ถ้าภาชนะรองรับน้ำสูงกว่าหรือเท่ากับขวดน้ำ น้ำก็จะไม่ไหลออก

สรุป
      น้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำตามกฎของแรงโน้มถ่วง

การทดลอง
      จุดเทียนตั้งบนโต๊ะ แล้วน้ำแก้วมาครอบ จะเห็นได้ว่าเทียนจะค่อย ๆ หรี่ลง และดับลงไปนที่สุด 

สรุป
     เพราะการที่จะทำห้เกิดไฟได้นั้นต้องมีอ็อกซิเจนมาใช้ในการเผาไหม้ เมื่อนำแก้วไปครอบก็จะใช้อ็อกซิเจนที่อยู่ภายในแก้ว เมื่ออ็อกซิเจนภายในแก้วหมด ไฟก็จะดับลงไปด้วย


การทดลอง
      นำปากกา หรือ ดินสอ ใส่ในแก้วที่มีน้ำอยู่ และมองลงไปในน้ำจะเห็นได้ว่า ภาพดินสอที่เห็นในน้ำจะมีขนาดใหญ่กว่าของจริง 




การนำไปประยุกต์ใช้(Appications)
       การทดลองทางวิทยาศาสตร์นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กปฐมวัยเพราะเป็นวิธีที่ทำให้เด็กมีความเข้าใจได้ง่าย ซึ่งสามารถนำการทดลองนี้ไปใช้อ้างอิง หรือ ประกอบการสอนในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ เพราะเด็กปฐมวัยเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นและอยากทดลองหรือลงมือทำ 

คำศัพท์(Vocabulary)
Trial = การทดลอง
Clay = ดินน้ำมัน
Bottle = ขวด
Molecular = โมเลกุล
Tape = เทป
Scissors = กรรไกร

การประเมินการเรียนการสอน(Evaluation of teaching)
ตนเอง         มีส่วนร่วมการทดลอง มีความเข้าใจในสิ่งที่ อาจารย์สอน ตั้งจเรียน
เพื่อน           มีส่วนร่วมในการทดลอง ตั้งใจฟัง คุยกันเล็กน้อย
อาจารย์       เตรียมอุปกรณ์ในการทดลองมาให้นศอย่างดีมีการอธิบายระหว่างการทดลอง                              ทำให้เข้าใจได้อย่างชัดเจน




วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10
วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
เวลาเรียน 08.30 - 12.30 น. ห้อง 233
(เรียนชดเชยในวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557)
                     
                เนื่องจากวันที่ 23 ตุลาคม 2557 ตรงกับวันหยุดทางราชการเป็นวันปิยมหาราชจึงมีการเรียนชดเชยในวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557



ความรู้ที่ได้รับ
การเขียนแผนการสอน(Writing lesson plans)
         การเขียนแผนการสอนในเด็กปฐมวัยนั้นควรมีการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย สนุก ทำให้เด็กได้คิดตาม มีการถามคำถาม และให้เด็กตอบ เพื่อนำมาเชื่อมโยงกับรูปที่เกี่ยวกับคำถามนั้นๆ แล้วให้เด็ก ๆ ช่วยกันตอบเพื่อนำมาเชื่อมโยงเป็น mildmap
1.ขั้นนำ(Introduction)
        คือการเลือกแนวการสอนที่จะใช้ในการสอนในแต่ละครั้ง
2.ขั้นสอน(Step tutorial)
        การส่งเสริมประสบการณ์กิจกรรม 6 หลักกิจกรรม
              1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ (Movement and rhythm activities)
              2. กิจกรรมสร้างสรรค์ (Creative activities)
              3. กิจกรรมเสรี (Free activities)
              4. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (Experience activities)
              5. กิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor activities)
              6. กิจกรรมเกมการศึกษา (Educational Activities)
3.ขั้นสรุป(summarize)
        ควรสรุปให้มีในส่วนของความรู้ทั้ง 3 ด้านดังนี้
              1.ด้านคณิตศาสตร์
              2.ด้านวิทยาศาสตร์
              3.ด้านภาษา
อาจารย์ให้เขียนแผนการสอนของแต่ละกลุ่ม ส่งวันที่ 22 ตุลาคม 2557
กลุ่มของดิฉันเรื่อง หน่วยผลไม้มีประโยชน์
        วันที่ 1 ประโยชน์ในตัวเอง
        วันที่ 2 ประโยชน์เชิงพาณิชย์

การประเมินการเรียนการสอน (Evaluation of teaching)
       ตนเอง    ตั้งใจเรียนดี ไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์อธิบาย มีข้อสงสัยบางส่วน
       เพื่อน      มีการให้ความร่วมมือที่ดี  ตั้งใจเรียน
       อาจารย์  เตรียมเนื้อหามาสอน สอนเข้าใจ อธิบายได้เข้าใจง่าย

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9
วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
เวลาเรียน 08.30 - 12.30 น. ห้อง 233

มีการนำเสนอสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์

ซึ่งสื่อของเล่นของดิฉันคือ "กบกระโดด"



อุปกรณ์(equipment)
  1. กระดาษ
  2.  กรรไกร หรือ ไม้บรรทัด
วิธีทำและการเล่น(How to Make and Play)
     

ประโยชน์(benefit)
  1. ใช้วัสดุที่หาได้ง่าย
  2. มีวิธีทำที่ไม่ยากเด็ก ๆ สามารถทำได้เอง
  3. สะดวกต่อการเล่น


รายชื่อสื่อของเพื่อนในห้อง
1.ไก่กระต๊าก               11.กล้องส่องทางไกล                 21.ลูกข่างหรรษา
2.ขวดผิวปาก              12.กล่องลูกโป่ง                          22.นาฬิกาน้ำ
3.กระป๋องโยกเยก       13.หลอดหมุนได้                         23.เสียงโป๊ะ
4.ดินสอกังหันลม        14.ตุ๊กตาล้มลุก                            24.ปืนลูกโป่ง
5.หลอดปั๊มน้ำ             15.ลุกปิงปองหมุน                       25.หนูน้อยกระโดดร่ม
6.ไหมพรหมเต้นระบำ 16.เรือลอยน้ำ                              26.ขวดหนังสติ๊ก
7.เหวี่ยงมหาสนุก       17.รถพลังลม                               27.คลื่นทะเลในขวด
8.รถแข่ง                     18.แท่งยิงลูกบอลจากไอติม       28.เครื่องล่อนวงแหวน
9.หนังสติ๊กหรรษา      19.หลอดเสียงสูงต่ำ                    29.โทรศัพท์จากแก้วพลาสติก
10.ลานหรรษา           20.แม่เหล็กตกปลา                      30.เชียร์ลีดเดอร์

สรุป(synopsis)
      การเล่นกบกระโดดนั้นเด็ก ๆ จะได้รับความรู้เล็ก ๆ น้อยในเรื่องของฟิสิกส์เบื้องต้น(Physics)  และยังได้รับความสนุกสนานจากของเล่นที่เด็กสามารถประดิษฐ์ขึ้นได้เองอีกด้วย

การประเมินการเรียนการสอน (Evaluation of teaching)
ตนเอง       ข้อมูลที่นำไปนำเสนอยังมีไม่เพียงพอ
เพื่อน        เพื่อนเตรียมสื่อที่ตัวเองประดิษฐ์มานำเสนอทุกคน
อาจารย์     อาจารย์ให้คำเเนะนำเกี่ยวกับการไปหาความรู้เพิ่มเติม



บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8
วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
เวลาเรียน 08.30 - 12.30 น. ห้อง 233

สัปดาห์สอบกลางภาค


วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7


บันทึกอนุทินครั้งที่ 7
วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
เวลาเรียน 08.30 - 12.30 น. ห้อง 233


บทความที่มีการนำเสนอในห้องเรียน    (โดยมีเนื้อหาสรุปมาพอสังเขป)

1.บทความเรื่องสอนเด็กเรียนวิทย์จากเป็ดและไก่
         เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อฝึกประสาทสัมผัสหลาย ๆ ด้าน และได้รับประสบการณ์ตรง โดยมีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 เล่านิทาน  ขั้นตอนที่ 2 พาไปชมลูกเป็ดลูกไก่และตั้งคำถามวิทยาศาสตร์ ขั้นตอนสุดท้าย ให้เด็กวาดภาพ และอธิบายในสิ่งที่เห็น

2.บทความเรื่องจุดประกายเด็กคิดนอกกรอบจากของเล่นวิทยาศาสตร์
         เป็นการให้เด็กแสดงความคิดสร้างสรรค์  นอกกรอบ โดยนำวัสดุ อุปกรณ์ ที่เหลือใช้ หาได้ง่ายมาผสมผสานกับจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในเชิงออกแบบและเทคโนโลยีระดับปฐมวัยเข้าไปก็ออกมาเป็นของเล่นที่สนุกแล้วแฝงไปด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย

3.บทความเรื่องการส่งเสริมกระบวนการคิด
         เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูกลิ้น และผิวหนัง ถือเป็นการเรียนรู้รูปแบบนึงที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของมนุษย์ และยังถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย

4.บทความเรื่องสอนลูกเรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ
         เป็นการส่งเสริมให้เด็กสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นความคิดรวบยอดทางกายภาพ ช่วยให้เด็กได้ฝึกฝนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในลำดับขั้นสูงต่อไป

5.บทความเรื่องการสอนลูกเรื่องอากาศ
         เพื่อให้เด็กนำไปใช้พัฒนาความรู้ และความคิดให้เกิดความเข้าใจต่อธรรมชาติ และเพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต

ความรู้ที่ได้รับ (The knowledge gained)
         การออกแบบสื่อการสอนของเด็กปฐมวัยนั้นควรคำนึงถึงเนื้อหาที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะสอดแทรกเข้าไปในเนื้อหาที่จะสอนในแต่ละวัน ความน่าสนใจ และให้เด็กได้มีส่วนร่วมกับการเรียนด้วย

คำศัพท์ (Vocabulary)
         Creativity = ความคิดสร้างสรรค์
         Scientific process = กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
         Nature = ธรรมชาติ
         Physical = กายภาพ 
         Sensory = ประสาทสัมผัส
         Development = การพัฒนา

การนำไปประยุกต์ใช้ (Appications)
       เพื่อนำไปออกแบบสื่อการสอนที่ดี  และการสอนในเรื่องของธรรมชาติรอบตัว สิ่งแวดล้อม การสร้างสรรค์กิจกรรมที่เสริมทักษะทางด้านต่าง ๆ โดยให้เด็กได้มีส่วนร่วม ได้เห็นของจริง และเข้าใจในเนื้อหานั้น ๆ 

การประเมินการเรียนการสอน (Evaluation of teaching)
      ตนเอง        ตั้งใจเรียนดี เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์อธิบาย และสามารถตอบคำถามของอาจารย์ได้
      เพื่อน          มีการจัดที่นั่งตามเลขที่ จึงไม่ค่อยคุยกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและปรึกษากัน                             เล็กน้อย
      อาจารย์      มีการสรุปเนื้อหาที่เพื่อนนำเสนอ อธิบายเพิ่มเติม และมีการยกตัวอย่าง